ภาพยนตร์สารคดีจากผู้กำกับ อนันตา ฐิตานัตต์ ถ่ายทอดชีวิตของลูกสาวหนึ่งในอดีตพนักงาน มากกว่าเล่าที่มา และการถูกรื้อถอน คือ รากฐานแห่งความทรงจำ ที่ยังคงเจ็บปวดจนถึงวันนี้ SCALA ที่ระลึกรอบสุดท้าย จะจบลงแล้ว แต่ความประทับใจยังคงอยู่ในความทรงจำ หลังจากสยามและลิโด้ โรงภาพยนตร์แบบสแตนอโลนสองโรงแรกในสยามสแควร์ได้หายสาบสูญไปในเปลวเพลิงเมื่อนานมาแล้ว สกาลากลายเป็นโรงภาพยนตร์แบบสแตนอโลนแห่งสุดท้ายในกรุงเทพฯ ที่ยังคงเปิดอยู่จนกระทั่งการมาถึงของโควิด 19 ในปี 2020
ไม่นานหลังจากการฉายภาพยนตร์เรื่องสุดท้าย สกาลาประกาศว่าจะมี การรื้อถอน อนันตา ฐิตานัตต์ ผู้กำกับและตากล้องของสารคดีเรื่องนี้ เป็นลูกสาวของอดีตพนักงานคนหนึ่งด้วย ได้เริ่มเอากล้องเข้าไปสำรวจสกาลา ขณะที่กำลังรื้อถอนชิ้นส่วนสำคัญ ๆ และต้องเผชิญกับความทรงจำเกี่ยวกับตัวเธอเองจากปากของเหล่าพนักงานสกาลา อดีตเพื่อนร่วมงานของพ่อเธอ ที่มารวมตัวกันเพื่อทำหน้าที่สุดท้ายของพวกเขา ซึ่งก็คือการรื้อถอนสถานที่ทำงานของพวกเขาเอง
สำหรับ SCALA หรือ สกาลา คือ โรงภาพยนตร์สุดคลาสสิคที่ถูกสร้างมานาน และมีชื่อเสียงมากในช่วงหลังสงครามโบห ด้วยสถาปัตยกรรมการตกแต่งที่ตั้งชื่อตามโรงอุปรากร ที่เมืองมิลาน ประเทศอิตาลี และนำมาวัฒนธรรมตะวันออก ผสมผสานเข้ากับวัฒนธรรมตะวันตก มีความโดดเด่นด้วยโคมระย้าทรงหยดน้ำค้าง 5 ชั้น จนเคยได้รับรางวัลอนุรักษ์สถาปัตยกรรมดีเด่น แต่ความสวยงามไม่ยืนยาว เมื่อพิษจากโควิด 19 ส่งผลให้ต้องปิดตัวลง และเป็นที่มาของการทุบทำลายทิ้ง และคืนที่ดินสู่ทางจุฬา
มากกว่าย้อนให้เห็นทุกอณูของ โรงหนัง ที่ไม่มีอยู่แล้วนั้น เรายังได้เดินตามเส้นเรื่องลิ้นชักความทรงจำของเด็กคนหนึ่งที่เคยอาศัยอยู่ที่นั่น ผ่านชีวิตของผู้กำกับ จนทำให้คนดูสามารถสัมผัสได้ถึงกลิ่นอาย และแก่นแท้ของการใช้ชีวิต มากกว่านั้น ยังสอดแทรกวิถีชีวิต สะท้อนปัญหาของสังคม ไม่ว่าจะวินาที วิกฤตต้มยำกุ้ง เหตุการณ์การเมือง สงครามที่เกิดขึ้นกลางเมืองกรุงเทพ ทุกอย่างล้วนแล้วแต่ส่งผลให้อดีตถูกถอนทิ้ง รวมถึงฉายภาพความเปลี่ยนแปลง ของยุคสมัยที่เดินไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว แทบจะไม่รอใคร ทั้งยังน่าเจ็บปวดยิ่งกว่า กับการทิ้งคนที่เหลือไว้ข้างหลังอย่างบ้าคลั่ง



Comments
Post a Comment